
Mandarin Oriental, Bangkok สถานที่จัดงานแต่งงานริมน้ำ สวยคลาสสิก บริการระดับ 5 ดาว
ตอนหาสถานที่จัดงานแต่งงาน พั้นซ์กับมิ่ง (เจ้าบ่าว) ไม่ได้ไปดูที่อื่นเลยค่ะ Mandarin Oriental, Bangkok (โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ) เป็นตัวเลือกเดียวตั้งแต่แรก เพราะเราทั้งคู่ชอบบรรยากาศความคลาสสิกของที่นี่ และตั้งใจอยากจัดงานที่ The Authors' Lounge อยู่แล้ว
ประกอบกับรู้สึกว่าการบริการของโรงแรมเป็นระดับ 5 ดาวจริง ๆ ใส่ใจทุกรายละเอียด ไม่ใช่แค่บอกว่าทำให้ได้ แต่เขาจะถามเสมอว่าเราอยากได้แบบไหน แล้วช่วยคิดต่อยอดให้ด้วย พอตัดสินใจได้ก็รีบจองเลย เพราะรู้ว่าคิวของที่นี่แน่นมากค่ะ



พิธีหมั้นตอนเช้าฟีลดี กับธีม Wild Flower
งานหมั้นของเราจัดที่ The Authors' Lounge ตามที่ตั้งใจไว้เลยค่ะ โดยการตกแต่งทีมของโรงแรมจะเป็นผู้ดูแลทั้งหมด เขาจะมีทั้งดีไซน์และตัวอย่างงานมาให้เลือกดู เราแค่บอกว่าขอ Wild Flower เท่านั้นเองค่ะ เพราะรู้สึกว่าบรรยากาศตรงนั้นสวยอยู่แล้ว เลยไม่อยากตกแต่งเยอะ





งานหมั้นนี้เราเริ่มกันตั้งแต่ 6.00 น. ลงมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศรอบ ๆ โรงแรม มีทั้งขึ้นเรือไปถ่ายรูปและถ่ายภาพกับแขกด้วย พอ 9.00 น. ก็เริ่มขบวนขันหมาก ผ่านประตูเงินประตูทองที่ญาติ ๆ มาร่วมสนุกกันเกือบ 15 ประตู จากนั้นมิ่งก็จะมารับตัวพั้นซ์ ไปทำพิธีสวมแหวนและยกน้ำชา เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็มีเลี้ยงอาหารแขก เป็นโต๊ะจีนแบบ Individual Serve ซึ่งอาหารอร่อยมากเลยค่ะ




Red Elegance งานฉลองธีมสีแดง สวยคลาสสิก
พอถึงงานเลี้ยงเย็นที่ห้อง Royal Ballroom เราเลือกใช้สีแดงเป็นธีมหลัก เพราะคิดว่าเข้ากับโทนสีทองและขาวของสถานที่ โดยนำเอกลักษณ์ของโรงแรมอย่างลวดลายขอบบัวปูนปั้นมาเป็นลูกเล่น ออกแบบการตกแต่งให้กลมกลืนกับรายละเอียดเดิมของห้อง แซมด้วยดอกไม้สดและใบไม้ แต่ไม่ตกแต่งมากเกินไป เพราะตัวห้องสวยคลาสสิกอยู่แล้วค่ะ
บริเวณโถงทางเดินมีอุโมงค์แกลเลอรีที่ดีไซน์คล้าย The Phantom of the Opera มีการโยงผ้าดรีฟสีแดงห้อยลงมา ประดับดอกไม้ใบไม้ในโทนเดียวกับส่วนอื่น ๆ ของงาน ส่วนฉาก Backdrop ถ่ายรูปหน้าห้องและฉากบนเวทีจะตกแต่งในคอนเซ็ปต์เดียวกัน ต่างกันเพียงฉากหน้าห้องที่ใช้พื้นหลังสีขาวเป็นหลัก ส่วนฉากบนเวทีจะใช้พื้นหลังสีแดงค่ะ



งานเลี้ยงเย็นเรามีแขก 400 คน จึงเลือกจัดเลี้ยงแบบค็อกเทล พร้อมซุ้มอาหาร เช่น พาสต้า เป็ดปักกิ่ง กระเพาะปลา และข้าวมันไก่ เราเลยจัดโต๊ะสำหรับแขกผู้ใหญ่ประมาณ 12 โต๊ะ เพื่อให้นั่งทานสบาย ๆ โดยมีพนักงานคอยดูแลและเสิร์ฟถึงโต๊ะค่ะ
ไฮไลต์อีกอย่างคือเค้กแต่งงานที่โรงแรมทำเป็น Red Velvet สีขาวสลับแดงให้เข้ากับธีม โดยเนื้อข้างในจะเป็นสีขาวแดงสลับกับสีข้างนอกที่พอตัดเข้าไปจะเป็นสีตัดกันสวยงาม และประดับด้วยดอกกุหลาบที่ช่วยเพิ่มความหรูหราคลาสสิกค่ะ



ส่วน Dress Code ของแขก เราไม่ได้ซีเรียสมากค่ะ เพียงแจ้งว่าไม่ใส่ชุดสีขาวหรือสีดำ เพื่อให้ผู้ใหญ่สบายใจตามความเชื่อของแต่ละท่าน นอกนั้นใครอยากแต่งตัวแบบไหนก็ได้ตามสบาย โดยเราแจ้งเพียงว่าธีมงานเป็นโทนสีแดงค่ะ
เรื่องของชำร่วย เราเลือกเป็นโปรตีนเจลลี่จากแบรนด์ของเราที่กำลังจะเปิดตัว พร้อมการ์ดเล็ก ๆ ที่เขียนข้อความขอบคุณและเล่าเรื่องราวการเดินทางของเรา อยากให้แขกได้สัมผัสถึงความตั้งใจของเจ้าสาว นอกจากนี้ยังแจกแฮนด์ครีมกลิ่นแป้งเด็กเพิ่มด้วยค่ะ



พิธีการเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยโมเมนต์ความทรงจำ
พิธีการงานเย็น เราเปิดตัวโดยพั้นซ์เดินเข้าประตูพร้อมคุณพ่อคุณแม่ ส่วนมิ่งเดินมาจากทางเวที มาเจอกันตรงหน้าเค้ก เป็นโมเมนต์ที่มีความสุขมากค่ะ พอขึ้นเวทีก็มีประธานฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวขึ้นกล่าวอวยพร มีช่วงตัดเค้ก มอบเค้กให้ผู้ใหญ่ และโยนดอกไม้ ซึ่งน้องสาวแท้ ๆ ของพั้นซ์เป็นคนรับได้พอดี เหมือนเป็นลางดี เพราะน้องก็มีแพลนจะแต่งงานเหมือนกันค่ะ





ในงานยังมีเกม Kahoot ให้แขกได้ร่วมสนุก พร้อมแจก 3 รางวัล คือ รางวัลที่ 1 เป็น ที่พักเพนท์เฮาส์ 2 คืน ที่ Anantara Koh Yao Yai Resort & Villas รางวัลที่ 2 เป็นตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพ-ฟุกุโอกะ และรางวัลที่ 3 เป็นห้องพักดีลักซ์ที่ Anantara Koh Yao Yai Resort & Villas ค่ะ




หลังจบพิธีก็เข้าสู่ช่วง After Party พั้นซ์กับมิ่งจะไปเปลี่ยนชุด แล้วกลับมาเปิดตัวอีกครั้งพร้อมเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว ช่วงนี้มีทั้งวงดนตรีสด ดีเจ และพร็อปเพิ่มความสนุก บรรยากาศเป็นปาร์ตี้เต็มรูปแบบเลยค่ะ




หากให้เลือกโมเมนต์ที่ประทับใจที่สุด ตอนเช้าพั้นซ์ชอบช่วงที่รู้ว่ามิ่งกำลังจะขึ้นมารับตัว จนตื่นเต้นและวิ่งกลับเข้าห้องไปแอบค่ะ(หัวเราะ) อีกช่วงคือการได้กอดคุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองฝ่ายและรับพรจากท่าน
ส่วนงานเลี้ยงเย็นประทับใจตอนที่เดินเข้างานแล้วแขกทุกคนลุกขึ้นต้อนรับ ทำให้รู้สึกว่าเราเป็นคนพิเศษจริง ๆ รวมถึงช่วงเปิดตัวที่ได้เดินมากับคุณพ่อคุณแม่ ก่อนมาเจอกันทั้ง 4 คนกลางห้อง และได้รับคำอวยพรจากทุกคนอย่างอบอุ่น นอกจากนี้ยังประทับใจทีมงานทุกฝ่าย รวมถึงทีมของโรงแรมที่ดูแลเราเป็นอย่างดี ทำให้งานออกมาราบรื่น ขอบคุณทุกคนจริง ๆ ค่ะ



แนะนำบ่าวสาว
รีบจองสถานที่ ช่างแต่งหน้าและช่างภาพ : โดยเฉพาะหากแต่งงานในวันฤกษ์ดี เพราะคิวเต็มเร็วมาก
ควรมี Wedding Planner : เพื่อช่วยดูแลภาพรวมและจัดการรายละเอียดที่อาจมองข้ามค่ะ
เลือกชุดแต่งงานให้เหมาะกับความต้องการ : หากอยากเก็บไว้เป็นความทรงจำ ชุดตัดซื้อเป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากคำนึงถึงงบประมาณ การเช่าชุดก็เป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่า
เลือกใช้บริการดีไซเนอร์ไทย : เพราะสื่อสารง่าย ปรับแก้ชุดได้สะดวก และไม่ต้องรอระยะเวลาการผลิตจากต่างประเทศค่ะ
ทำเช็กลิสต์ของที่ต้องใช้ในงาน : แนะนำให้ตรวจสอบความเรียบร้อยทันทีเมื่อถึงสถานที่จัดงาน เพื่อป้องกันการตกหล่น
ใช้เวลากับทุกช่วงให้เต็มที่ : เพราะวันแต่งงานผ่านไปเร็วกว่าที่คิด และทุกโมเมนต์ล้วนเป็นความทรงจำที่มีคุณค่าค่ะ
Photographer : Godrak Photography / Tachpasit Photography / Nuchit Wedding
Wedding Planner : Mahassajan Wedding Planner
